การทำความสะอาดหลังน้ำท่วมเป็นขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเมื่อสถานการณ์น้ำท่วมผ่านพ้นไป สิ่งที่เจ้าของบ้านต้องเผชิญคือความเสียหายและสิ่งสกปรกที่ทิ้งไว้ภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นคราบโคลน กลิ่นอับ เชื้อรา หรือเชื้อโรคที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ การทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วมจึงไม่ใช่แค่การล้างคราบสกปรกให้หมดไป แต่เป็นการฟื้นฟูบ้านให้กลับมาสะอาด ปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ และเหมาะกับการอยู่อาศัยอีกครั้ง
ขั้นตอนการทำความสะอาดหลังน้ำท่วมอย่างถูกวิธี ถูกหลักสุขาภิบาล
- ตรวจสอบความปลอดภัยก่อนเข้าบ้าน ก่อนเริ่มทำความสะอาดหลังน้ำท่วม ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าบ้านปลอดภัยต่อการเข้าไปทำความสะอาด ปิดเบรกเกอร์หลักทั้งหมดเพื่อป้องกันไฟฟ้ารั่วหรือไฟช็อต ตรวจสอบโครงสร้างบ้าน เช่น พื้น ผนัง เสา หรือเพดานว่ามีการแตกร้าวหรือทรุดตัวหรือไม่ หากพบความเสียหายรุนแรง ควรให้วิศวกรตรวจสอบก่อนเข้าไปภายใน
- แยกสิ่งของที่สามารถใช้ได้ออกจากของเสีย คัดแยกของใช้ที่เปียกน้ำ เพื่อดูว่าสิ่งใดยังสามารถซ่อมหรือใช้งานต่อได้ และสิ่งใดต้องทิ้งทันที สิ่งของที่ทำจากไม้ กระดาษ หรือผ้า เช่น หนังสือ เสื้อผ้า เบาะ โซฟา มักจะดูดซับน้ำและเกิดเชื้อราได้ง่าย ควรนำไปตากแดดหรืออบแห้งภายใน 24 ชั่วโมง หากไม่สามารถทำให้แห้งสนิทได้ ควรทิ้งเพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อราและแบคทีเรีย
- ล้างพื้น ผนัง และเฟอร์นิเจอร์ เริ่มทำความสะอาดหลังน้ำท่วมด้วยการล้างคราบโคลนและสิ่งปนเปื้อนออกจากพื้น ผนัง และเครื่องเรือนอย่างทั่วถึง ใช้แรงดันน้ำล้างคราบโคลนออกก่อน จากนั้นใช้น้ำยาที่มีส่วนผสมของคลอรีนหรือโซเดียมไฮโปคลอไรต์ (เช่น น้ำยาฟอกขาว) ผสมน้ำในอัตราส่วน 1:10 เพื่อฆ่าเชื้อโรค โดยล้างจากบนลงล่าง เช่น ผนังก่อนพื้น เพื่อไม่ให้สิ่งสกปรกย้อนกลับขึ้นไปด้านบน หลังจากล้างเสร็จ ให้ใช้พัดลมหรือเครื่องดูดความชื้นช่วยเร่งให้พื้นและผนังแห้งสนิท เพราะความชื้นที่ตกค้างคือแหล่งเพาะเชื้อราและแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
- กำจัดเชื้อรา ควรสวมอุปกรณ์ป้องกันก่อนเริ่มกำจัดเชื้อรา เช่น รองเท้ายาง ถุงมือยาง หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อรา หากพบว่ามีเชื้อราเกิดขึ้นในบริเวณต่าง ๆ เช่น ผนัง ฝ้าเพดาน ห้องน้ำ ห้องครัว ควรใช้กระดาษทิชชูแบบหนาแผ่นใหญ่พรมน้ำและเช็ดพื้นผิวให้ไปในทิศทางเดียวกัน แล้วทิ้งลงในถังขยะที่ปิดมิดชิด แล้วใช้กระดาษทิชชูแบบหนาแผ่นใหญ่ชุบน้ำผสมสบู่หรือน้ำยาล้างจาน เช็ดบริเวณที่มีเชื้อราซ้ำอีกครั้งในแบบเดิม จากนั้นใช้น้ำยาฆ่าเชื้อราหรือแอลกอฮอล์ความเข้มข้นสูง 60 – 90 เปอร์เซ็นต์ เช็ดทำความสะอาดอีกครั้ง และทิ้งไว้ 1 – 2 ชั่วโมง หลังกำจัดเชื้อราควรอาบน้ำหรือล้างทำความสะอาดร่างกายทุกครั้ง แต่หากพบว่าเชื้อราฝังลึกและกระจายเป็นวงกว้าง ควรเรียกบริษัทกำจัดเชื้อราช่วยกำจัด
- ระบายอากาศ เปิดประตู – หน้าต่าง เพื่อช่วยระบายอากาศ ใช้เครื่องดูดความชื้นเพื่อช่วยป้องกันความชื้นที่เป็นสาเหตุของการเกิดเชื้อราและกลิ่นไม่พึงประสงค์
การทำความสะอาดหลังน้ำท่วมไม่ใช่เพียงแค่การล้างบ้านให้สะอาด แต่คือการฟื้นฟูสุขาภิบาลของพื้นที่อยู่อาศัย เพื่อให้ปลอดภัยจากเชื้อโรค สารเคมี และเชื้อราที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ หากทำตามขั้นตอนอย่างถูกวิธีตั้งแต่การตรวจสอบความปลอดภัย การล้างและฆ่าเชื้อ ก็จะช่วยให้บ้านกลับมาสะอาดและน่าอยู่ได้ในเวลาไม่นาน
